T.R.M. (Thyroidman Clinic) Bangkok,Thailand

Thyroid treatment services

All types of thyroid and parathyroid surgery

by Dr. Thanyawat, Endocrine surgery (Thyroid and Parathyroid)

Transoral endoscopic thyroid surgery

การผ่าตัดเนื้องอกไทรอยด์ส่องกล้องทางช่องปาก:
นวัตกรรมไร้แผลเป็นที่คอ เพื่อความมั่นใจที่เต็มร้อย

หากย้อนกลับไปในอดีต เมื่อใครสักคนจำเป็นต้องเข้ารับการผ่าตัดเนื้องอกที่ต่อมไทรอยด์ สิ่งหนึ่งที่มักจะตามมาคู่กันและหลีกเลี่ยงไม่ได้เลยก็คือ “รอยแผลเป็นแนวนอนยาวบริเวณกลางลำคอ” ซึ่งรอยแผลนี้มักจะทำให้ผู้ป่วยหลายคน โดยเฉพาะสาวๆ รู้สึกกังวลใจ ขาดความมั่นใจ จนต้องคอยหาเสื้อคอเต่าหรือผ้าพันคอมาปิดบังอยู่เสมอ

แต่ในปัจจุบันด้วยความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีทางการแพทย์อย่างก้าวกระโดด ทำให้เรามีวิธีที่เรียกว่า “การผ่าตัดส่องกล้องเนื้องอกไทรอยด์ทางช่องปาก” (Transoral Endoscopic Thyroidectomy Vestibular Approach หรือ TOETVA) ซึ่งถือเป็นนวัตกรรมเปลี่ยนเกมที่ช่วยให้ผู้ป่วยสามารถรักษาเนื้องอกไทรอยด์ได้อย่างปลอดภัย โดย “ไม่มีแผลเป็นหลงเหลือให้เห็นภายนอกร่างกาย”

บทความนี้จะพาทุกคนไปทำความเข้าใจนวัตกรรมการผ่าตัดนี้อย่างง่ายๆ กันครับ ว่าเขาทำกันอย่างไร ดีอย่างไร และใครบ้างที่เหมาะกับวิธีนี้

การผ่าตัดส่องกล้องทางช่องปาก คืออะไร?

อธิบายให้เห็นภาพง่ายที่สุดคือ แทนที่จะใช้มีดกรีดผิวหนังจากด้านนอกลำคอตรงๆ จะเปลี่ยนเส้นทาง โดยการใช้อุปกรณ์ผ่าตัดและกล้องขนาดเล็กมาก สอดผ่านทาง “ริมฝีปากล่าง” ด้านในช่องปาก เพื่อเดินทางผ่านใต้ผิวหนังลงไปยังต่อมไทรอยด์ที่อยู่บริเวณคอ

เนื่องจากเยื่อบุในช่องปากเป็นเนื้อเยื่อที่รักษาตัวเองได้เร็วมาก และแผลทั้งหมดจะถูกซ่อนอยู่ด้านในริมฝีปากล่างอย่างมิดชิด เมื่อแผลหายดีแล้ว จึงไม่มีรอยแผลเป็นใดๆ ปรากฏบนผิวหนังด้านนอกคอเลยแม้แต่น้อย

ข้อดีที่เหนือกว่าของการผ่าตัดซ่อนแผลวิธีนี้

ทำไมการผ่าตัดส่องกล้องทางช่องปากถึงได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน? นั่นเพราะวิธีนี้มีจุดเด่นหลายประการที่ตอบโจทย์ผู้ป่วยยุคนี้ครับ

  • ไร้แผลเป็น (No external scar):
    นี่คือเหตุผลอันดับหนึ่ง แผลทั้งหมดอยู่ด้านในช่องปาก ผิวคอด้านนอกจะยังคงเรียบเนียนเหมือนเดิมก่อนผ่าตัด
  • เจ็บน้อย ฟื้นตัวไว:
    เนื่องจากการส่องกล้องเป็นการผ่าตัดที่แผลเล็ก (Minimally Invasive Surgery) ความบอบช้ำจึงน้อย ทำให้ผู้ป่วยรู้สึกเจ็บแผลน้อยและสามารถกลับไปใช้ชีวิตตามปกติได้เร็ว
  • ระยะทางสั้นและทำได้ทั้งสองข้าง:
    ช่องปากอยู่ห่างจากต่อมไทรอยด์เพียงนิดเดียว  ทำให้เข้าถึงต่อมไทรอยด์ได้ง่าย และที่สำคัญคือสามารถตัดต่อมไทรอยด์ได้ทั้งข้างซ้ายและข้างขวาผ่านทางช่องปากทีเดียว โดยไม่ต้องเปิดแผลเพิ่ม
  • เห็นเส้นประสาทและต่อมพาราไทรอยด์สำคัญชัดเจน:
    กล้องผ่าตัดในปัจจุบันมีความคมชัดสูงและมีกำลังขยายหลายเท่า ช่วยให้ศัลยแพทย์มองเห็น เส้นประสาทที่ไปเลี้ยงสายเสียง และต่อมพาราไทรอยด์ได้อย่างละเอียดชัดเจน ลดความเสี่ยงต่ออาการเสียงแหบหลังผ่าตัดได้เป็นอย่างดี

ใครบ้างที่สามารถผ่าตัดด้วยวิธีนี้ได้?

แม้ว่าการผ่าตัดทางช่องปากจะมีข้อดีมากมาย แต่ ไม่ใช่ผู้ป่วยเนื้องอกไทรอยด์ทุกคนจะสามารถทำวิธีนี้ได้ จำเป็นต้องผ่านการประเมินจากคุณหมออย่างละเอียด

โดยเกณฑ์เบื้องต้นของผู้ที่เหมาะกับวิธีนี้ ได้แก่:

1. ขนาดของก้อนเนื้องอก:
ก้อนเนื้อหรือถุงน้ำควรมีขนาดไม่ใหญ่จนเกินไป (ส่วนใหญ่แนะนำว่าไม่ควรเกิน 6 เซนติเมตร) เพราะหากก้อนใหญ่เกินไปจะไม่สามารถดึงออกมาผ่านช่องเล็กๆ ในปากได้
2. ประเภทของเนื้องอก:
เหมาะสำหรับเนื้องอกธรรมดา หรือในกรณีที่เป็นมะเร็งไทรอยด์ ก็ต้องเป็นมะเร็งในระยะเริ่มต้นที่ก้อนยังมีขนาดเล็ก และยังไม่มีการกระจายไปยังต่อมน้ำเหลืองที่คออย่างรุนแรง
3. ไม่มีการติดเชื้อในช่องปาก:
สุขภาพเหงือกและฟันต้องแข็งแรงดี ไม่มีแผลอักเสบรุนแรงในขณะนั้น

ขั้นตอนการผ่าตัด: เกิดอะไรขึ้นในห้องผ่าตัด?

เมื่อคุณหมอประเมินแล้วว่าคุณสามารถผ่าตัดส่องกล้องทางช่องปากได้ ขั้นตอนในวันผ่าตัดจะมีดังนี้ครับ

  • การระงับความเจ็บปวด:
    ผู้ป่วยจะได้รับการดมยาสลบโดยวิสัญญีแพทย์ เช่นเดียวกับการผ่าตัดใหญ่ทั่วไป 
  • การเปิดช่องทางด้านในปาก:
    จะทำความสะอาดช่องปากอย่างละเอียด จากนั้นจะเปิดแผลเล็กๆ 3 จุดที่ร่องระหว่างเหงือกกับริมฝีปากล่าง แผลตรงกลางยาวประมาณ 1 เซนติเมตรสำหรับใส่กล้อง และแผลด้านข้างอีก 2 จุด ขนาดเพียง 0.5 เซนติเมตรสำหรับใส่เครื่องมือผ่าตัด
  • การผ่าตัดและเลาะก้อนเนื้อ:
    จะใช้แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ช่วยดันให้เกิดช่องว่างใต้ผิวหนังเบาๆ จากนั้นจะใช้เครื่องมือค่อยๆ เลาะแยกต่อมไทรอยด์ออกจากเนื้อเยื่อรอบๆ อย่างระมัดระวัง เมื่อตัดก้อนเนื้อเสร็จแล้ว จะนำก้อนเนื้อใส ถุงปราศจากเชื้อแล้วดึงออกมาทางช่องปาก
  • การเย็บปิดแผล:
    คุณหมอจะเย็บปิดแผลในช่องปากด้วย “ไหมละลาย” ซึ่งจะสลายไปเองตามธรรมชาติ ผู้ป่วยจึงไม่ต้องมารับการตัดไหมในภายหลัง

การเตรียมตัวและการดูแลตัวเองหลังผ่าตัด

การดูแลตัวเองสำหรับการผ่าตัดทางช่องปาก จะมีเรื่องที่ต้องเน้นย้ำเป็นพิเศษในส่วนของ “สุขอนามัยในช่องปาก” ครับ

การเตรียมตัวก่อนผ่าตัด

นอกเหนือจากการตรวจร่างกาย งดน้ำและอาหาร 6-8 ชั่วโมง และหยุดยาละลายลิ่มเลือดตามแพทย์สั่งแล้ว ผู้ป่วยควร เคลียร์ปัญหาสุขภาพฟัน เช่น ขูดหินปูน หรือรักษาฟันผุให้เรียบร้อยก่อนวันผ่าตัด เพื่อลดจำนวนเชื้อแบคทีเรียในช่องปาก

การฟื้นตัวที่โรงพยาบาลและที่บ้าน

  • การดูแลแผลในปาก:
    ในช่วง 3-5 วันแรก หลังทานอาหารทุกมื้อ ผู้ป่วยจะต้องบ้วนปากด้วยน้ำเกลือปราศจากเชื้อหรือน้ำยาบ้วนปากสูตรฆ่าเชื้อที่คุณหมอจัดให้ เพื่อรักษาความสะอาดและป้องกันเศษอาหารไปติดที่ไหมเย็บ
  • การเลือกทานอาหาร:
    แนะนำให้ทานอาหารอ่อน รสไม่จัด และ ควรทานอาหารที่เย็นตัวลงแล้ว เช่น โจ๊กเย็น นม ไอศกรีม หรือพุดดิ้ง เพราะความเย็นจะช่วยลดอาการบวมและลดความเจ็บปวดในช่องปากได้ดีมาก หลีกเลี่ยงอาหารร้อนจัด เผ็ดจัด หรืออาหารแข็งๆ ที่ต้องเคี้ยวแรงๆ
  • อาการข้างเคียงที่อาจพบได้ชั่วคราว:
    อาจมีอาการบวมหรือเขียวช้ำบริเวณใต้คางชั่วคราว รวมถึงอาจรู้สึกชาบริเวณริมฝีปากล่างและคางเนื่องจากผิวหนังถูกยืดออกระหว่างผ่าตัด แต่อาการชานี้จะค่อยๆ ดีขึ้นและหายไปเองภายในเวลา 6-8 เดือน
  • การตึงตัวที่คอ:
    แม้ไม่มีแผลข้างนอก แต่ข้างในมีการซ่อมแซมเนื้อเยื่อ อาจรู้สึกตึงๆ ที่คอได้ ให้ฝึกขยับคอเบาๆ และงดกิจกรรมหักโหมตามคำแนะนำของแพทย์ รวมถึงนวดคอหลังผ่าตัด

สรุป

การรักษาเนื้องอกไทรอยด์ด้วยการผ่าตัดส่องกล้องทางช่องปาก (TOETVA) ถือเป็นทางเลือกที่ยอดเยี่ยมสำหรับผู้ที่จำเป็นต้องผ่าตัดไทรอยด์แต่มีความกังวลเรื่องรอยแผลเป็น วิธีนี้ให้ผลการรักษาที่มีประสิทธิภาพและปลอดภัยไม่ต่างจากการผ่าตัดแบบเปิดคอทั่วไป แต่ให้ผลลัพธ์ด้านความสวยงามที่เหนือกว่าอย่างเห็นได้ชัด

อย่างไรก็ตาม ร่างกายของแต่ละคนไม่เหมือนกัน ก้อนเนื้อแต่ละก้อนก็มีลักษณะเฉพาะตัว หากคุณหรือคนใกล้ตัวตรวจพบเนื้องอกไทรอยด์ แนะนำให้ปรึกษาศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินร่างกายอย่างละเอียด ว่าสรีระและลักษณะก้อนเนื้อของคุณเหมาะกับการผ่าตัดส่องกล้องทางช่องปากหรือไม่ เพื่อการรักษาที่ตรงจุดและได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดครับ